วันนี้ #MadamePuja ชวนมาเปิดตำรับข้าวแช่เรือนนพเก้า สาทร ซอย 6 กันค่ะ

เมื่อเข้าสู่ช่วงหน้าร้อน เชื่อว่าหนึ่งในลิสต์ที่นักชิมรอคอย  คือ “ข้าวแช่” เมนูแก้ร้อน เย็นชื่นใจ ที่สืบทอดทางวัฒนธรรมอาหารมาแต่อดีต ในหมู่คนชั้นสูง คนในรั้วในวัง และบ้านผู้มีฐานะในสมัยก่อน ตามที่มีการบันทึกไว้มีการ นิยมรับประทาน“ข้าวแช่”มาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แพร่หลายในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว   ท่านทรงโปรด “ข้าวแช่” ในรั้ววังจะเรียกข้าวแช่ว่า  “ข้าวแช่เสวย”

จุดเด่นที่ทำให้คนหันมารับประทาน”ข้าวแช่”กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน คือ ความพิถีพิถัน มีการประดิษฐ์ประดอยเครื่องเคียงในสำรับ ที่จัดวางอย่างปราณีตบรรจง บางตำรับมีเครื่องเคียง 7 -9 ชนิดทีเดียว  สำหรับตำรับข้าวแช่เรือนนพเก้า หนึ่งชุด มีทั้งหมด 3 คอร์ส แต่ละคอร์สเป็นเมนูไทยโบราณคลายร้อน หอม สดชื่น ประกอบไปด้วย แตงโมหน้าปลาแห้ง ข้าวแช่และเครื่องเคียง 7 อย่าง

ช่วงที่บริกรมาเสิร์ฟ “ข้าวแช่ตำรับเรือนนพเก้า” #มาดามปูจ๋า สัมผัสได้ถึงความหรูเลิศ ประหนึ่งนั่งรอรับประทานอาหารในวังเลยที่เดียว  เสิร์ฟมาในชุดเบญจรงค์ที่หรูหราตระการตา ในระหว่างที่เรารอให้บริกรเสิร์ฟแต่ละคอร์ส เชฟปิ๊ก- คณิน สินพันธ์Chef Manager แห่งร้านเรือนนพเก้า ได้อรรถาธิบายเรื่องราวและการเดินทางของ”ข้าวแช่ตำรับเรือนนพเก้า” ให้ฟังอย่างน่าสนใจ  โดยเริ่มตั้งแต่ ภาชนะ แหล่งที่มาของวัตถุดิบ เรื่องราวของการอบร่ำ และเคล็ดลับความอร่อยของข้าวแช่ตำรับเรือนนพเก้า

เริ่มตั้งแต่ภาชนะที่เป็นชุดเบญจรงค์แสนวิจิตรสวย งดงาม ลายดอกราชพฤกษ์ โดยได้รับเกียรติจากช่างศิลป์ฝีมือดี จากพระนครศรีอยุธยาเป็นผู้ เขียนเรื่องราวภายใต้คอนเซ็ปท์ของดอกราชพฤกษ์ โดยชุดเบญจรงค์ได้ใช้ 3 สีหลัก สีแรก คือ สีเหลืองทองของสีดอกราชพฤกษ์เป็นสีหลัก   ต่อมา คือ สีน้ำตาลสีโลโก้ของเรือนนพเก้า และ สุดท้าย คือ สีน้ำเงิน มาจากสีของบริษัทแม่ คือบางกอกแอร์แคทเทอริ่งและสายการบินบางกอกแอร์เวย์และเรายังมีเสริฟอาหารบนสายการบินทั่วโลก 24 สายการบิน ร้านอาหารเรือนนพเก้าเป็นอาหารไทยต้นตำรับและเป็นคลาสสิคไทยคูยซีน

สำหรับคอร์สแรก ทางร้านเสิร์ฟแตงโมหน้าปลาแห้ง ออร์เดิร์ฟสูตรโบราณ​ เพื่อปรับอารมณ์และคลายความร้อนกายร้อนใจ​ ก่อนรอรับประทานข้าว​แช่ในวัน​นี้​ จานนี้ถือเป็น​ความครีเอทีฟ​อย่างลงตัวใน​ของคนสมัยโบราณ​ มีการ​นำผลไม้​อย่างแตงโมมาฟิวชั่น​กับอาหารคาวอย่างปลาช่อน.. กลายเป็​นจานเด็ดฮิตข้ามกาลเวลา​.. คนโบราณ​เรียก​เมนู​นี้ว่า  “ผัดปลาแห้ง​แตง​อุ​ลิต”…กินแล้ว​รู้​สึกสดชื่น​ ได้อรรถ​รสความชุ่มฉ่ำ-หวาน​-เค็ม-หอมปลาย่าง​ ที่เข้ากันอย่างลงตัว​ ทางร้านเรือนนพเก้า​เลือกใช้แตงโม​เนื้อทราย​ ฉ่ำ​ หวาน​ จากไร่เกษตรอินทรีย์ จ. สุพรรณบุรี ปลาช่อนเนื้อดี​จาก​ จ.สิงห์บุรี

คอร์สที่ 2 เป็นเซ็ทข้าวแช่ 

สำหรับน้ำที่ใช้แช่ หัวใจหลักของ”ข้าวแช่” คือ“น้ำร่ำ” โดยเรือนนพเก้าใช้น้ำที่มาจากตาน้ำแร่ หมู่บ้านดอยงาม อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ  1,500 เมตร หลังจากนั้นก็นำมาต้มและพักในโอ่งดินเผา เป็นเวลา 2 คืน เพื่อทำน้ำนิ่งก่อนที่จะมาร่ำด้วยดอกไม้ 4 ชนิด คือ มะลิ ชมนาด กระดังงา และกุหลาบ  ทางเรือนนพเก้าใช้ดอกมะลิออแกนิคจากจ.สุพรรณบุรีดอกชมนาดและกระดังงา จาก จ.ราชบุรี และ ดอกกุหลาบมอญสายพันธุ์จุฬาลงกรณ์ จาก จ.เชียงราย​ พร้อมอบด้วยเทียนหอม 1 คืน นั่นคือเรื่องราวความลับของน้ำร่ำตำรับข้าวแช่เรือนนพเก้า ที่มีความหอมชื่นใจดุจหยาดน้ำทิพย์ 

น้ำร่ำกลิ่นหอม​กำจาย ​ อยู่​ในคนโฑเบญจ​รงค์​ หรูหรา​

สำหรับข้าวทางเรือนพเก้าใช้ข้าวเสาไห้เก่ากลางปีจากจังหวัดสุรินทร์ ก่อนหุงจะนำมาขัดสารส้มจนเมล็ดข้าวใสกิ๊ง! หลังจากนั้นนำเข้าไปหุงให้สุกประมาณ 70 % เนื่องจากคนเมืองชอบรับประทานข้าวนุ่ม  นำข้าวมาน็อคด้วยน้ำเย็น ล้างเมือกออกให้หมด ใส่กระชอนพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ ห่อด้วยผ้าขาวบาง นำข้าวไปนึ่งและพรมด้วยน้ำร่ำ ทำสลับกลับไปกลับมา 3-4 รอบ  ก่อนเสิร์ฟพร้อมน้ำร่ำที่แช่เย็นในตู้เย็น ข้าวแช่ตำรับเรือนนพเก้าจะเสิร์ฟโดยไม่ใส่น้ำแข็งให้สูญเสียอรรถรสและความหอมละมุน 

เมื่อเปิดฝาเบญจ​รงค์​ จะได้กลิ่นหอมหวานของร่ำน้ำดอกไม้​
ชุดเครื่อง​เคียงในข้าวแช่ตำรับเรือน​นพเก้า​นั้น​ จะมี​ 7 ชนิด จัดอย่างปราณีตบรรจงในพานเบญจ​รงค์​ ประกอบไปด้วย
  • ​ลูกกะปิชุบไข่ทอดขนาดเล็ก​ รสเค็ม​หวานกลมกล่อม​ ​
  • หอมแดงไว้จุกสอดไส้ปลาแห้ง​  เคล็ดลับ​นำหอมสอดไส้​ไปทอดโดย​ไม่ต้อง​แกะเปลือกออก​ จะทำให้ตัวหัวหอมมีความฉ่ำหวาน
  • ไข่เค็มชุบแป้งทอด​ โดย​นำไข่แดงเค็ม​ออกมานวดให้นุ่ม​ ปั้น​เป็น​ก้อน​เล็ก​ๆ​ แล้วนำมาทอด
  • พริกหยวกสอดไส้​ เคล็ดลับ​คือ นำหมู​สับ​ปรุง​รส​ยัดไส่พริกหยวก​แล้วนำไปนึ่ง​  พันด้วยหรุ่ม​ไข่
  • หมูฝอย หวานเค็มกลมกล่อม​
  • ปลาช่อนแดดเดียว​ จากสิงห์​บุรีผัดหวาน
  • หัวไชโป๊วเส้น จากราชบุรี​ เค็มๆ​ หวานๆ​
  • แนมด้วยผักสด อย่าง มะม่วงแกะสลัก​ แตงกวาแกพสลัก กระชายดอกจำปี ต้นหอมม้วน และพริกชี้ฟ้า

ปิดท้ายคอร์ส​ 3 ด้วยส้มฉุนมะยงชิด​ ของหวานโบราณ​หารับประทาน​ยาก​   จุดเด่นอยู่ที่น้ำและผิวของผลส้มซ่าทำให้ได้กลิ่นหอมที่มีเอกลักษณ์ ทางเรือนนพเก้า​เลือกใช้มะยงชิดมาคว้านเม็ดแล้วนำมาลอยแก้ว 1 คืน ในน้ำเชื่อมที่ผ่านกรรมวิธีเพิ่มกลิ่นจากผิวส้มซ่า จะให้มีกลิ่นหอมชื่นใจ ส้มฉุนถ้วยนี้เสิร์ฟมาพร้อมกรานิต้า เกร็ดน้ำแข็ง, น้ำส้มฉุนที่ผ่านการปรุงรสข้ามคืนที่มีทั้งหวานอมเปรี้ยว ปรุงกลิ่นจากส้มซ่า ปรุงสีจากใบเตยคั้นสด นำมาแช่แข็งและขูดเป็นไอติมเกร็ดน้ำแข็ง โรยหน้าด้วยขิงอ่อนมะม่วงเปรี้ยวและหอมเจียว รสสัมผัส​แรกคือความ​เปรี้ยว​ ​ กลิ่นของขิง ส้มซ่าและหอมเจียวขึ้นจมูกทำให้สดชื่น

เคล็ดลับการรับประทานข้าวแช่ให้อร่อย …

  • หลังจากเทน้ำร่ำลงในข้าวแช่ ใช้ช้อนคน 3 รอบ  เพื่อทำให้ข้าวแตกแตกตัวเรียงกันเป็นเม็ด
  • ก่อนกินเครื่องเคียง ให้เริ่มกินข้าวและน้ำก่อนเริ่ม เพื่อให้ได้อรรถรสความหอมของนำร่ำ 
  • ถ้ากินเรารู้สึกเลี่ยนให้กินคู่กับมะม่วงเปรี้ยวแนมถ้า
  • กินแล้วอยากได้รสชาติเผ็ดให้กินคู่พริกชี้ฟ้าและต้นหอม
  • ถ้าอยากได้ความรู้สึกสดชื่นให้กินแนมกับแตงกวา
  • ทุกครั้งที่กินลูกกะปิให้กินคู่กับจำปีกระชาย

ข้าวแช่​ตำรับเรือน​นพเก้า​ ในหนึ่งชุด มีทั้งหมด 3 คอร์ส แต่ละคอร์สเป็นเมนูไทยโบราณคลายร้อน หอม สดชื่น ประกอบไปด้วย แตงโมหน้าปลาแห้ง ข้าวแช่และเครื่องเคียง 7 อย่าง  ปิดท้ายด้วยของหวานอันชื่นใจ ส้มฉุนมะยงชิด ราคาเพียงท่านละ 699++ บาท (เฉพาะทานที่ร้านเท่านั้น) ซึ่งจะมีเสิร์ฟเอ็กซ์คลูซีฟเพียง 9 ชุดต่อรอบเท่านั้น เวลา 11:30 น. และ​ 15:30​ ​น 

นอกจากนั้นทางเรือนนพเก้า ​ยังมีข้าวแช่แบบชุดกลับบ้าน ได้จัดข้าวแช่และเครื่องเคียงจัดใส่ไว้ในตะกร้าสาน พร้อมขนมทองนพเก้า 1 กล่อง ในราคาเพียง 1,299 บาทถ้วน รับประทานได้ 2 ท่าน

มาชิมด่วน​ก่อนปิดตำรับ​  ตั้งแต่​วันนี้​ จนถึง​ ​31 พฤษภาคม 2564

  • แนะนำให้สำรองที่นั่งและสั่งจองชุดกลับบ้านล่วงหน้า จะได้ไม่พลาดความพิเศษในปีนี้ โทร 02 116 3317

ร้านเรือนนพเก้า สาธร ซอย 6
อาหารไทยแท้ต้นตำรับ 100%

  • Tel : 02 116 3317
Facebook Comments Box