
มาดามปูจ๋า พาชิมอาหารไทยแรงบันดาลใจจากดอกบัว พร้อมเวิร์กชอปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่ Centara Grand Central World
วันเดียวครบทุกความประทับใจ ทั้งลิ้มรสเมนูไทยร่วมสมัยจากดอกบัว จิบ Afternoon Tea ท่ามกลางบรรยากาศสุดผ่อนคลาย พร้อมร่วม Workshop พับดอกบัวสุดละเมียดละไม ณ Centara Grand at Central World
ครั้งนี้มาดามปูจ๋าได้มีโอกาสมาร่วมเวิร์กชอปสุดพิเศษ “เมี่ยงกลีบบัว” ณ ห้องอาหารเวนติซี Ventisi ชั้น 24 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่สะท้อนเสน่ห์ของอาหารไทยร่วมสมัยได้อย่างงดงาม ทั้งในเรื่องรสชาติ การนำเสนอ และบรรยากาศโดยรวมของสถานที่
ทันทีที่เดินเข้ามาภายในห้องอาหาร สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือบรรยากาศที่โปร่งสบาย มองเห็นวิวเมืองกรุงเทพฯ จากมุมสูงได้อย่างสวยงาม การตกแต่งของห้องอาหารเวนติซีให้ความรู้สึกหรูหราแต่ผ่อนคลาย มีทั้งโซนรับประทานอาหารที่เหมาะกับการมานั่งทานแบบครอบครัว คู่รัก หรือแม้แต่มื้อพิเศษกับกลุ่มเพื่อน แสงไฟภายในร้านถูกจัดวางอย่างอบอุ่น ทำให้ทุกมุมดูละมุนและเหมาะกับการใช้เวลาในช่วงบ่ายอย่างมาก
ครั้งนี้ทางโรงแรมนำเสนอคอนเซ็ปต์ “เสน่ห์อาหารไทยจากรากบัว สู่ดอกบัว” ถ่ายทอดเรื่องราวของดอกบัว ซึ่งเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของวัฒนธรรมไทย ผ่านเมนูอาหารไทยที่นำวัตถุดิบจากส่วนต่างๆ ของบัวมาสร้างสรรค์ใหม่ในรูปแบบร่วมสมัย แต่ยังคงรสชาติและเอกลักษณ์แบบไทยไว้อย่างครบถ้วน
กิจกรรมเริ่มต้นด้วย Workshop การทำ “เมี่ยงกลีบบัว” ที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้ลงมือจัดวางเครื่องเมี่ยงด้วยตัวเองอย่างประณีต ตั้งแต่การเรียงกลีบบัวไปจนถึงการจัดองค์ประกอบของเครื่องเคียงต่างๆ ถือเป็นกิจกรรมที่ทั้งเพลิดเพลินและสะท้อนความละเอียดอ่อนของอาหารไทยได้เป็นอย่างดี
สำหรับเมนูที่ได้ลิ้มลองภายในงาน แต่ละจานถือว่ามีเอกลักษณ์และความโดดเด่นแตกต่างกันออกไป
“เมี่ยงกลีบบัว” เป็นเมนูที่ประทับใจมากที่สุดเมนูหนึ่ง ตัวน้ำเมี่ยงถูกเคี่ยวกับกะทิจนได้ความเข้มข้นหอมมัน รสชาติกลมกล่อมทั้งหวาน เค็ม และเปรี้ยวในสัดส่วนที่พอดี ภายในคำเดียวอัดแน่นด้วยเม็ดบัวอบ มะนาวคาเวียร์ที่ช่วยเพิ่มความสดชื่น และเนื้อปูฝอยคุณภาพดีที่ให้มาแบบเต็มคำ ทำให้เมนูนี้ทั้งสวยงามและมีมิติของรสชาติที่น่าสนใจมาก
“เทมปุระรากบัว” ทอดออกมาได้กรอบกำลังดี แป้งไม่หนาจนเกินไป จึงยังคงสัมผัสของรากบัวที่มีความกรุบเฉพาะตัวไว้ได้อย่างชัดเจน เมื่อทานคู่กับน้ำจิ้มรสเปรี้ยวอมหวานยิ่งช่วยเพิ่มความสดชื่นและความกลมกล่อมให้เมนูนี้มากขึ้น 
อีกจานที่ชอบมากคือ “พล่ารากบัวเนื้อปูทอดกรอบ” ที่ให้ทั้งความกรอบ ความสดชื่น และรสชาติแบบไทยจัดจ้านครบถ้วน ซอสพล่ามีความเปรี้ยว เค็ม และเผ็ดอ่อนๆ ตัดกับเนื้อปูทอดกรอบได้อย่างลงตัว
ส่วน “แกงเหลืองไหลบัวปลากระพงแดงทอดกรอบ” ถือเป็นเมนูที่รสชาติเข้มข้นที่สุดของมื้อ น้ำแกงถึงเครื่องแบบอาหารใต้แท้ๆ มีความเผ็ดร้อนกำลังดี ทานคู่กับปลากระพงทอดกรอบและเนื้อปลาสดเด้งแล้วเข้ากันอย่างมาก
“ต้มกะทิสายบัวปลาทู” เป็นอีกเมนูที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นแบบอาหารไทยโบราณ น้ำกะทิหอมละมุน รสชาติกลมกล่อม ซดง่าย ให้ความรู้สึกเรียบง่ายแต่มีเสน่ห์
ขณะที่ “ผัดไหลบัวกุ้งพริกเหลือง” ให้สัมผัสของไหลบัวที่กรุบกรอบ ผัดกับพริกเหลืองหอมๆ และกุ้งเนื้อเด้ง รสชาติจัดจ้านกำลังพอดี ทานง่ายและเพลินมาก
“มัสมั่นไก่เม็ดบัว” เป็นเมนูที่มีกลิ่นหอมของเครื่องเทศชัดเจน รสชาติละมุนแต่เข้มข้น เนื้อไก่นุ่ม และเม็ดบัวช่วยเพิ่มมิติของรสสัมผัสให้เมนูนี้ดูน่าสนใจยิ่งขึ้น
ปิดท้ายด้วย “ข้าวเกรียบปากหม้อแป้งรากบัว” ที่แป้งบางนุ่ม ไส้รสชาติกลมกล่อม และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวจากแป้งรากบัว เป็นเมนูทานเล่นที่ทั้งสวยงามและทานง่าย
สิ่งที่ชื่นชอบอีกอย่างคือความตั้งใจในการนำเสนอของทางห้องอาหาร เพราะในแต่ละวันจะมีการคัดเลือก 1 เมนูพิเศษมาเสิร์ฟในไลน์บุฟเฟ่ต์มื้อกลางวัน ทำให้ลูกค้าสามารถกลับมาลองเมนูใหม่ๆ ได้ไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน หรือหากใครอยากลิ้มลองครบทุกเมนูก็สามารถสั่งแบบ A La Carte ได้เช่นกัน
หลังจากอิ่มอร่อยกับมื้ออาหาร มาดามปูจ๋าได้แวะมานั่งพักผ่อนต่อที่ Tea & Tipple เพื่อสัมผัสประสบการณ์ Afternoon Tea ภายในโรงแรม เซ็ตน้ำชาที่นี่เสิร์ฟทั้งของคาวและของหวานอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นสโคน ครัวซองต์ ช็อกโกแลต และขนมหวานหลากหลายชนิด เสิร์ฟคู่กับชาร้อนหอมกรุ่น บรรยากาศโดยรวมเงียบสงบและผ่อนคลาย เหมาะกับการนั่งพักในช่วงบ่ายมาก
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม Workshop พับดอกบัวที่เปิดให้แขกผู้เข้าพักและผู้สนใจได้ร่วมสัมผัสศิลปะไทยอย่างใกล้ชิด ภายในกิจกรรมมีผู้เชี่ยวชาญคอยสอนเทคนิคการพับดอกบัวหลากหลายรูปแบบอย่างละเอียด ทำให้แม้แต่มือใหม่ก็สามารถร่วมสนุกได้อย่างเพลิดเพลิน ยังไงแนะนำให้สอบถาม หรือติดตามทาง Social ของโรงแรมอีกครั้งนะคะ
นอกจากนี้ โรงแรมยังมีการตกแต่งมุมต่างๆ ด้วยดอกบัวสีชมพู พร้อมเสิร์ฟ “น้ำรากบัว” เป็น Welcome Drink ให้แขกผู้เข้าพักได้สัมผัสคอนเซ็ปต์ของงานอย่างครบถ้วน ถือเป็นอีกหนึ่งรายละเอียดเล็กๆ ที่สะท้อนความใส่ใจของทางโรงแรมได้เป็นอย่างดี
โดยรวมแล้ว นี่เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ไม่ได้มีเพียงแค่อาหารอร่อย แต่ยังเต็มไปด้วยเรื่องราว วัฒนธรรม และความประณีตในแบบไทยร่วมสมัย ทั้งอาหาร บรรยากาศ และกิจกรรมต่างๆ ถูกออกแบบมาอย่างลงตัว ทำให้วันธรรมดาวันหนึ่งกลายเป็นช่วงเวลาที่น่าประทับใจมาก
ใครที่อยากสัมผัสเสน่ห์อาหารไทยในมุมมองใหม่ พร้อมใช้เวลาพักผ่อนในบรรยากาศดีๆ ใจกลางเมือง ห้องอาหารเวนติซี ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่น่ามาเยือนอย่างมากเลยค่ะ
สอบถามเพิ่มเติม
ห้องอาหารเวนติซี ชั้น 24
โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์
โทร. 02-100-6255
Facebook https://www.facebook.com/centara.cgcw
Line: @centaragrandcgcw
อ่านเพิ่มเติม









































