สุกสว่าง เรืองรอง ละมุนละไม

Van Cleef & Arpels ยกย่องความงดงามในธรรมชาติผ่านงานออกแบบละเมียดละไม  หนึ่งในนั้นก็คือเครื่องประดับ “ฟริวอล” หรือ Frivole collection ซึ่งโดดเด่นด้วยประกายสว่างเรืองรองราวกับมีจุดกำเนิดแสงแฝงอยู่ภายในรูปทรงดอกไม้  ใช้เส้นกราฟิกก่อโครงสร้างอย่างอ่อนช้อย ให้ความรู้สึกบอบบาง พร้อมจะเอนไหวไปตามสายลมโชยแผ่วที่พัดมา 

คอลเลคชันเครื่องประดับ Van Cleef & Arpelsแนะนำ 6 ผลงานใหม่ด้วยตัวเรือนทองคำสีกุหลาบรองรับการฝังเพชรล้อแสง ประกอบไปด้วยต่างหูหนึ่งคู่, จี้สร้อยคอหนึ่งอัน กับสร้อยข้อมือหนึ่งเส้น ซึ่งล้วนเป็นงานออกแบบโมทิฟขนาดมินิ และอาศัยประกายระยิบระยับวับวาวทวีความชัดเจนของรูปทรง ในขณะที่ประกายเงางามวามวาวจากแหวนปลายเปิด หรือแหวนหว่างนิ้ว (Between the Finger ring), จี้สร้อยคอ กับต่างหูขนาดเล็ก ต่างเติมแสงแต่งผิวพรรณเปล่งปลั่งเรืองลอออย่างงดงาม

เครื่องประดับแต่ละชิ้น ล้วนแสดงให้เห็นถึงไหวพริบในการพลิกแพลงทักษะ ความชำนาญด้านต่างๆ ของเมซง ศิลปะของเหล่านักอัญมณศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญ, ช่างทำตัวเรือนเครื่องประดับ และช่างฝังอัญมณี ปรากฏให้ประจักษ์ชัดผ่านการเลือกรัตนชาติ, โครงสร้างตัวเรือนแบบเปิดโปร่ง และงานฝังอัญมณีขึ้นตัวเรือน ซึ่งร่วมกันจุดประกายสว่างสุกใสเจิดจรัสสะกดสายตา

 

กลีบพับสามทบของพฤกษาดอกบาง

สำหรับปีนี้ ทองคำสีกุหลาบก้าวเข้ามาเติมความอ่อนโยน ละมุนละไมให้แก่ฟริวอลอย่างครบครัน หลังจากถูกนำมาใช้กับเครื่องประดับคอลเลคชันนี้เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2020 เฉดสีโทนอบอุ่น อ่อนหวานจากเนื้อทองเลอค่าอาบประกายสว่างเรืองรอบประดับวงหน้า ลำคอ และข้อมือให้เผยความงดงามตามธรรมชาติแห่งอิสตรีอย่างแท้จริง

  • ต่างหูขนาดมินิกับจี้สร้อยคอเข้าชุด สามารถสวมใส่ร่วมกับสร้อยข้อมือสายโซ่ประดับโมทิฟชิ้นเดี่ยวสวมสบายด้วยโครงสร้างตัวเรือนน้ำหนักเบา

ในส่วนของใจกลาง และบนขอบโค้งของแต่ละกลีบดอก ยังเดินลายด้วยเส้นทองเรียวบางเพื่อเน้นความกลมกลืนของประกายระยับแสงอันเกิดจากการใช้โลหะเลอค่าร่วมกับเพชรน้ำงาม และแล้วก็ถึงคราซึ่งพฤกษาดอกงามอันเป็นที่รักยิ่งของ Van Cleef & Arpels จะผลิบานอย่างเต็มที่

ช่อผกาจรัสแสง

สำหรับเครื่องประดับสามรุ่นใหม่อันได้แก่ต่างหูกับจี้สร้อยคอขนาดเล็ก และแหวนหว่างนิ้ว ล้วนเป็นงานออกแบบสืบทอดสุนทรียศิลป์ในการเร่งระดับความเข้มแสง เพิ่มประกายสว่างบนความเรียบง่าย หมดจด และสะอาดตาของเส้นรูปทรง 

 สำหรับแต่ละปลายเปิดของแหวนหว่างนิ้ว Between the Finger ring ต่างได้รับการประดับดอกต่างขนาด และต่างระดับสูง-ต่ำ ในขณะที่การปรับองศาของวงกลีบดอก และมุมพับระหว่างกลีบดอก ล้วนอยู่ในตำแหน่งเอื้อต่อการสะท้อนแสงตกกระทบจกกลีบหนึ่งไปยังอีกกลีบ ด้วยการจัดสัดส่วนอสมมาตรทางงานออกแบบ อันถือเป็นหนึ่งในสไตล์เอกลักษณ์แห่ง Van Cleef & Arpels ส่งผลให้เครื่องประดับทั้งหลาย สามารถถ่ายทอดความสดใส มีชีวิตชีวา เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการฟื้นตื่นจากหลับใหลของมวลธรรมชาติได้อย่างวิจิตรบรรจง

  

  

บทเติมเต็มเชิงวิสัยทัศน์

Alexandre Benjamin Navet illuminates the Frivole collection

ฤดูใบไม้ผลิปีนี้ เมซงยังคงร่วมงานกับอเล็กซงดร์ แบ็งฌาแม็ง นาเวต์ (Alexandre Benjamin Navet) ผู้ชนะรางวัลกรังด์ปรีซ์จากงาน Grand Prix Design Parade Toulon Van Cleef & Arpels ประจำปี 2017 อีกครั้งที่ศิลปินสัญชาติฝรั่งเศสผู้นี้ ได้ทำการศึกษาและพิเคราะห์ความเป็นไปในโลกของพรรณพฤกษาเพื่อนำมาซึ่งแนวความคิดในการยกย่องความเฉียบคมของเส้นกราฟิก ที่ใช้สรรค์สร้างกลีบดอกไม้ของเครื่องประดับ คอลเลคชั่นฟริวอล (Frivole) ผ่านการสรรค์สร้างหนังสั้น นอกจากนั้น อเล็กซงดร์ แบ็งฌาแม็ง นาเวต์ยังนำภาพวาดลายเส้นในสมุดร่างแบบมารังสรรค์ขึ้นเป็นลูกเล่นสำหรับใช้ตกแต่งหน้าต่างบูติกสาขาต่างๆ ของ Van Cleef & Arpels: บทหลอมรวมความเบิกบาน ร่าเริง และสดใสอันเกิดจากภาพวาดกลีบดอกไม้ สถาปัตยกรรมและผลงานเครื่องประดับของเมซง

เวทีรองรับความโดดเด่นของเครื่องประดับ Frivole

“ธรรมชาติฟื้นตื่นจากหลับใหล สายลมเย็นโชยพัดผ่านมวลดอกไม้ที่ผลิกลีบเบ่งบานเป็นนิรันดร์ กระทั่งใบไม้ยังเผยสีสันอันงดงามอย่างที่สุด
แสงสว่างกลางฤดูใบไม้ผลิกับฝูงผีเสื้อโบยบิน ร่วมกันเผยความเลอค่าที่ซ่อนเร้นให้ปรากฏธรรมชาติสดใส มีชีวิตชีวา และบางคราก็คล้ายมีมนตรามหัศจรรย์”  อเล็กซงดร์ แบ็งฌาแม็ง นาเวต์

 

Facebook Comments Box